เรื่องสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม
สุขภาพจิต ออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ

เรื่องสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม

สุขภาพของคนเราเป็นสิ่งสำคัญ การที่คนเราจะอยู่ได้โดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการดำเนินชีวิตในแต่ละวันที่มีการบีบรัดให้คนเรามีเวลาดูแลตัวเองได้น้อยลง อาจทำให้มีอาการเจ็บป่วยได้ง่าย และผลร้ายที่ตามมาก็คือโรคต่างๆ ก็จะพากันรุมเร้าจนร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อยๆ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ในเรื่องการดูแลสุขภาพมาฝากกันค่ะ

เรื่องสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม

1. อย่าดื่มน้ำรวดเดียวในปริมาณมากๆ เพราะอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษได้ เนื่องจากเลือดเจือจาง ร่างกายจึงขับโปแตสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำในเซลล์และนอกเซลล์ ผลที่ตามมาคืออาจเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดอาการเกร็งที่สมอง หัวใจ หรือปอด จะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

2. อย่าปล่อยให้ตนเองหิว เพราะความหิวจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหากเกิดขึ้นเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหรือเบาหวานตามมาได้ ลองควบคุมความหิวด้วยการแบ่งมื้ออาหารจากวันละ 3 มื้อเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวันดูก็ได้ค่ะ3. ดื่มคาเฟอีนอย่างระมัดระวัง การดื่ม ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดหลัง เพราะคาเฟอีนจะเข้าไปลดการหลั่งสารเอนโดรฟีนซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้นซึ่งมีฤทธิ์ลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ ด้วย

เรื่องสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม

4. วิธีการดูแลสุขภาพง่ายๆ นั่นก็คือ หลังจากตื่นนอนทุกเช้า จะดื่มน้ำส้มสายชูที่หมักจากผลแอปเปิ้ล ผสมกับน้ำผึ้งอย่างละ 1 ต่อ 1 ใส่น้ำอุ่นคนให้เข้ากันแล้วค่อยเติมน้ำแข็งลงไปเพื่อให้ทานง่ายและมีรสชาติดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยการดูดซึมของระบบลำไส้ และการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น แต่โรคบางโรคอาจเกิดจากสุขภาพจิตที่อ่อนแอ ดังนั้นในหนึ่งอาทิตย์จึงควรจะมีวันพักผ่อนอย่างจริงจังหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายและลดมลภาวะทางจิตใจไปพร้อมๆ กันบ้าง5. การนอนและการตื่นไม่เป็นเวลา ทำให้นาฬิกาชีวภาพของร่างกายเกิดอาการบิดเบือน อีกทั้งยังทำให้ขาดสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสือได้อีกด้วย

6. แสงแดดที่ดีในยามเช้า คุณรู้หรือไม่ว่าแสงแดดในยามเช้านั้นไม่ได้ช่วยให้กระดูกแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่การออกกำลังกายกลางแดดในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังช่วยให้ร่างกายผลิตสารเอนโดรฟีน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอาการซึมเศร้าตามธรรมชาติอีกด้วย

7. ความเครียด คือตัวการทำลายผิวพรรณที่ร้ายแรงที่สุด ดังนั้นคุณต้องปรับความคิดใหม่ และใช้ร่างกายอย่างทะนุถนอมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย